รัศมีทำการของธุรกิจ
Business Leader | Jul 05, 2012 | Comments 0
รัศมีทำการ
เรามักคุ้นหูกับคำว่า “รัศมีทำการ” หรือ “ระยะทำการ” ในการสนทนาเกี่ยวกับสมรรถนะของอาวุธ การทำงานของรีโมทคอนโทรลหรืออุปกรณ์ Wi Fi เป็นต้น ความหมายที่เข้าใจง่ายก็คือ ระยะจากจุดกำเนิดไปยังจุดที่ไกลที่สุดโดยอุปกรณ์หรือเครื่องมือเหล่านั้นยังสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีนั่นเอง
ในการวิเคราะห์ธุรกิจหรือกิจการนั้น SWOT Analysis เป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมโดย S: Strengths หมายถึง จุดแข็งหรือจุดเด่นของกิจการเมื่อเทียบกับกิจการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน กิจการต้องนำจุดแข็งมาใช้ประโยชน์ในการกำหนดกลยุทธ์ของบริษัท W: Weaknesses หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน ปัญหาหรือข้อบกพร่องที่บริษัทจะต้องหาวิธีในการแก้ปัญหาให้เร็วที่สุดเพื่อลดจุดอ่อนในการดำเนินธุรกิจ O: Opportunities หมายถึง โอกาสทางธุรกิจ เป็นผลจากการสภาพแวดล้อมภายนอก กิจการที่ดีต้องเสาะแสวงหาและใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้นเสมอ T:Threats หมายถึง อุปสรรค ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องและพยายามขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ธุรกิจอาหาร คือหนึ่งในปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต โอกาสทางธุรกิจจึงไม่มีข้อจำกัดทางพรมแดนหากผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค สามารถใช้ประโยชน์จากการวิจัยพัฒนาและการผลิตจากแหล่งเดียวกันและจำหน่ายในตลาดที่ต้องการ บริษัท ซีพี ฟู๊ด (CPF) เป็นบริษัทอาหารครบวงจรและคาดว่าจะมีรายได้สามแสนล้านบาทในปีนี้ โดย 58% จะมาจากต่างประเทศและมีแนวโน้มสัดส่วนเพิ่มขึ้น บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) ที่เน้นอาหารแช่แข็งและบรรจุกระป๋อง มีรายได้จากอเมริกาและยุโรปกว่า 80% ของรายได้ทั้งหมดหนึ่งแสนล้าน
บริษัทอาหารและเครื่องดื่มได้แก่ OISHI, TF, SP, PB, PR, SORKON ,SSC ,TIPCO ,MALEE มีสัดส่วนธุรกิจจากในประเทศเป็นหลัก นั่นก็คือยังมีโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศเมื่อบริษัทพร้อมมาก อย่างไรก็ตาม การที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ ผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องสะอาด ปลอดภัย รสชาติดี ตราสินค้าแข็งแกร่ง และต้องบริหารความเสี่ยงของวัตถุดิบ การผลิต ความผันผวนของค่าเงินกรณีส่วนธุรกิจต่างประเทศด้วย
กิจการค้าปลีกสมัยใหม่ เป็นธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งและมีการเติบโตสูง ได้ประโยชน์โดยตรงจากขนาด ประสิทธิภาพ โอกาสทางธุรกิจที่สำคัญคือการขยายสาขา ณ สิ้นปี 2554 มีจำนวนสาขาใน กรุงเทพฯ : ต่างจังหวัดคือ CPALL (2,977:3,299), BIGC (49:59), MAKRO (9:43), HMPRO (19:26), ROBINS (9:16), GLOBAL (0:13), IT (19:30) และ SE-ED (144:253) เราจะต้องประเมินว่าศักยภาพในการเติบโตในอนาคตของกิจการเป็นอย่างไร จะถึงจุดอิ่มตัวเมื่อใดเนื่องจากโอกาสทางธุรกิจคือการเติบโตภายในประเทศเป็นหลัก และไม่ใช่เรื่องง่ายในการขยายและเริ่มต้นธุรกิจประเภทนี้ในต่างประเทศ
อุตสาหกรรมการเงิน ธนาคาร เป็นกิจการที่ธนาคารไทยมีความแข็งแกร่งมาก เนื่องจากในอดีตธนาคารต่างประเทศมีข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจแต่ได้มีการเปิดกว้างมากขึ้นในปัจจุบัน ในทางกลับกัน ธนาคารไทยแทบจะไม่โดดเด่นในการขยายธุรกิจของตนไปยังต่างประเทศนัก จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจในการทำธุรกรรมทางการเงินแทน ธุรกิจหลักทรัพย์ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนนั้น ส่วนใหญ่จะมีผู้ถือหุ้นหรือเป็นสาขาของบริษัทต่างประเทศ โอกาสทางธุรกิจจึงจำกัดเพียงในประเทศและขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์และค่าบริการต่างๆ จะเห็นว่าอุตสาหกรรมนี้เกี่ยวข้องกับการบริโภคและสภาพเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก
หมวดอสังหาริมทรัพย์ เป็นปัจจัยสี่อย่างหนึ่ง แต่ละบริษัทพยายามหาจุดแข็งของตนเองเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายเนื่องจากมีผู้ประกอบการจำนวนมาก เป็นที่น่าสังเกตว่า หลายบริษัทเริ่มขยายไปยังตลาดต่างจังหวัดมากขึ้นเพราะเป็นโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจที่สำคัญ ส่วนการขยายไปต่างประเทศนั้นยังไม่ค่อยมีบริษัทใดประสบความสำเร็จมากนัก จึงดูเหมือนว่ารัศมีทำการอาจจะจำกัดอยู่เพียงในประเทศเท่านั้น หมวดวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่จะเติบโตไปกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ในปัจจุบัน มีเพียงบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ที่โดดเด่นและมีรัศมีทำการไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้
ประเทศไทยการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์สำหรับการบริโภคทั้งในและต่างประเทศ บริษัทจดทะเบียนคือผู้ผลิตชิ้นส่วนที่สำคัญของอุตสาหกรรม แม้มีการส่งออกโดยตรงบ้าง รายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากการบริโภคในประเทศ ดังนั้นโอกาสทางธุรกิจนอกประเทศจึงต้องขึ้นอยู่กับนโยบายหรือความสามารถในการส่งออกของผู้ประกอบรถยนต์แต่ละค่ายอย่างมาก
ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเพียงมุมมองของโอกาสทางธุรกิจ (O) ของอุตสาหกรรมบางส่วน จะเห็นได้ว่า รัศมีทำการก็คือโอกาสทางธุรกิจนั่นเอง ในฐานะนักลงทุนคุณค่า เราต้องพิจารณาว่า กิจการที่สนใจลงทุนมีศักยภาพในการได้ประโยชน์จากโอกาสนั้นมากน้อยเพียงใด ผู้บริหารและบุคลากรมีความรู้ ความชำนาญเพื่อทำให้เกิดผลจริงหรือไม่ กรณีขยายไปต่างประเทศเทศ มีการบริหารความเสี่ยง ความผันผวนค่าเงิน เศรษฐกิจ การเมือง ภาษี การกีดกันทางการค้า อย่างไร โดยต้องไม่ลืมพิจารณาถึงทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค (SWT) ของกิจการนั้นด้วย ประเด็นสำคัญก็คือ หากเราพบกิจการที่มีโอกาสในการสร้างรายได้ที่เติบโต ควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี และยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ส่งผลให้กิจการนั้นมีสัดส่วนของกำไรและอัตราการทำกำไรดีขึ้นกว่าการเติบโตของรายได้ และหากมีแนวโน้มดังกล่าวต่อเนื่องยาวนาน นั่นคือคุณสมบัติสำคัญอย่างหนึ่งของ Super Stock ที่เราอาจจะพบเข้าแล้ว !!
Article source : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1341379273&grpid=no&catid=02&subcatid=0200
Filed Under: Thailand Business Leader