วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ปตท.ต่อยอด
แบรนด์ “อเมซอน” รุกธุรกิจกาแฟครบวงจร ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เล็งทำ
“คอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง” ตั้งโรงงานคั่วบด หลังหมดสัญญาอโรม่า กรุ๊ป
เปิดกว้างซื้อกิจการ-ร่วมทุน คาดสรุปโมเดลธุรกิจสิ้นปีนี้ 30 สาขา ใน 3 ปี
พร้อมดับเบิลยอดขายแตะ 1,500 ล้าน

นายสรัญ รังคสิริ
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้เป็นปีที่บริษัทจะรุกธุรกิจร้านกาแฟ
“อเมซอน” อย่างเต็มที่ หลังจากได้นำร่องเปิดร้าน “ดิ อเมซอน เอมเบรซ”
(amazon embrace) ไปเมื่อปลายปีที่แล้วที่เซ็นทรัล พระราม 9
ถึงขณะนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค โดยมียอดขายเฉลี่ย 200
แก้วต่อวัน ปัจจุบันเปิดไปแล้ว 3 สาขา นอกจากพระราม 9 แล้ว
ได้เปิดสาขาที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน สำนักงานใหญ่ ปตท.
และภายในสิ้นปีนี้จะเปิดอีก 2 สาขา

และอีก 2-3
ปีข้างหน้าตั้งเป้าจะเพิ่มสาขาเป็น 20-30 สาขา
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหาสถานที่
โดยเปิดกว้างทั้งในศูนย์การค้าและสแตนด์อะโลน ขณะที่คาเฟ่
อเมซอนที่เปิดให้บริการในปั๊มน้ำมัน ปตท.ปัจจุบันมี 700 สาขา
จากจำนวนปั๊มทั้งหมด 1,300 สาขา ซึ่งบริษัทก็พยายามขยายร้านในปั๊มน้ำมัน
ปตท.ให้ครอบคลุมมากที่สุด

นายสรัญกล่าวย้ำว่า หลังจากเปิดร้านคาเฟ่
อเมซอนในปั๊มน้ำมัน ปตท.มาตลอด 10 ปี
ถือเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้การตอบรับและเป็นที่รับรู้ในวงกว้าง
จึงต้องการต่อยอดธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น โดยดิ
อเมซอน
เอมเบรซจะเป็นร้านกาแฟคั่วบดระดับพรีเมี่ยมที่ตอบสนองลูกค้าที่มีกำลังซื้อ
และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ใช้เวลาพบปะสังสรรค์ในร้านกาแฟมากยิ่ง
ขึ้น โดยราคาเฉลี่ยต่อแก้วอยู่ที่ 80 บาท
สูงกว่าร้านคาเฟ่อเมซอนที่ขายอยู่แก้วละ 50 บาท
และเชื่อว่าจะสามารถแข่งขันกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในตลาดได้ ด้วยจุดขายเรื่อง
“ราคา” ที่ต่ำกว่า ในคอนเซ็ปต์ “ของดี ราคาถูก”
เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคกลุ่มนี้

“ช่วงแรกยอมรับว่าเป็น
ปัญหาเหมือนกัน เพราะผู้บริโภครู้สึกว่าทำไมกาแฟอเมซอนแพงขึ้น
มันแตกต่างจากที่เปิดในปั๊มอย่างไร
แต่หลังจากได้เข้ามาทดลองแล้วก็จะสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง
เพราะนอกจากบรรยากาศการตกแต่งทั้งหมดจะเปลี่ยนไปดูพรีเมี่ยมมากขึ้นแล้ว
ในแง่ของรสชาติกาแฟก็จะดีขึ้น เพราะเราใช้อราบิก้า 100%”

นายสรัญ
กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้บริษัทยังมองการลงทุนธุรกิจกาแฟคั่วบดครบวงจร
นอกจากปลายน้ำที่เป็นร้านกาแฟแล้ว กำลังศึกษาโมเดลเพื่อลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ
ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับเกษตรกรทำคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง,
การลงทุนสร้างโรงคั่วบดเมล็ดกาแฟ ฯลฯ
โดยเปิดกว้างทั้งการซื้อกิจการของผู้ผลิตที่มีอยู่แล้วในตลาด
เพื่อความรวดเร็ว หรือการร่วมทุน หรือการลงทุนด้วยตัวเองทั้งหมด
โดยพิจารณาจากทั้งความคุ้มค่าด้านการลงทุน และศักยภาพของบุคลากร ปตท.
ซึ่งคาดว่าจะสรุปแนวทางในสิ้นปีนี้

ปัจจุบันอเมซอนยังซื้อกาแฟคั่ว
บดจากทางกลุ่มอโรม่า กรุ๊ป รวมถึงให้อโรม่าฯเป็นผู้บริหารแบรนด์คาเฟ่
อเมซอนในปั๊มน้ำมัน ซึ่งจะหมดสัญญาในอีก 1 ปีครึ่ง หลังจากนั้น
ปตท.ก็จะเริ่มเข้ามาดูแลเองทั้งหมด

ปตท.คาดหวังว่าภายใต้แบรนด์อเม
ซอนจะสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจอื่น ๆ ได้อีกมาก
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจบริการจัดเลี้ยง หรือแคเทอริ่ง โดยช่วงแรกจะผนึกกับ
ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก หรือ PTT RM เข้ามาบริหารจัดการในเรื่องนี้
นอกจากนั้นก็จะต่อไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องจากเครื่องดื่มและกาแฟ อาทิ
กาแฟกระป๋อง และกาแฟทรีอินวัน ที่จะเข้าไปขายในร้านค้าต่าง ๆ
ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนา

“ตั้งเป้ายอดขายในอีก 2-3
ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หรือไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท
จากปีนี้ที่ตั้งเป้ายอดขายที่ 760 ล้านบาท
ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งปิดยอดขายที่ 350 ล้านบาท
มาจากการเปิดแบรนด์ใหม่ และยอดขายสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น” นายสรัญกล่าว



Article source : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1341861268&grpid=00&catid=00&subcatid=0000

Filed Under: Thailand Business Leader

Tags:

RSSComments (0)

Trackback URL

Comments are closed.